สำนักงาน กกพ. จับมือ ทบ. สนับสนุนงบประมาณติดตั้ง โซลาร์เซลล์ ให้โรงพยาบาลในสังกัดกรมแพทย์ทหารบก

สำนักงาน กกพ. จับมือ ทบ. สนับสนุนงบประมาณติดตั้ง โซลาร์เซลล์ ให้โรงพยาบาลในสังกัดกรมแพทย์ทหารบก


สำนักงาน กกพ. มอบเงินกองทุนพัฒนาไฟฟ้ากว่า 49.95 ล้านบาท
ติดตั้ง “โซลาร์เซลล์” 1.66 เมกะวัตต์ ให้กับโรงพยาบาลในสังกัดกรมแพทย์ทหารบก
จำนวน 16 แห่ง วางเป้าลดค่าไฟฟ้ากว่าปีละ 10 ล้านบาท


เมื่อวันที่ 27 มิถุนายน 2566 ณ ห้องอุสาพดี สโมสรสรรพการ กรมยุทธโยธาทหารบก สำนักงานคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (สำนักงาน กกพ.)
และกองทัพบก (ทบ.) ได้จัดให้มีพิธีลงนามบันทึกความเข้าใจความร่วมมือการดำเนินงานในการส่งเสริมการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียนให้กับโรงพยาบาลในสังกัดกรมแพทย์ทหารบก (MoU) โดยนายคมกฤช ตันตระวาณิชย์ เลขาธิการสำนักงาน กกพ. และกองทัพบก โดยพลตรีไวพจน์ พันธุ เจ้ากรมยุทธโยธาทหารบก ซึ่งมีนายวรวิทย์ ศรีอนันต์รักษา กรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.) พร้อมด้วย นายนฤมิตร สว่างผล ผู้ช่วยเลขาธิการสำนักงาน กกพ. และพลตรีเกษม ภิญโญชนม์ ร่วมเป็นสักขีพยานในพิธีลงนามฯ

ทั้งนี้ บันทึกความเข้าใจดังกล่าว มีเป้าหมายเพื่อสร้างความร่วมมือระหว่างสำนักงาน กกพ. และกองทัพบก ในการส่งเสริมการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียนให้กับโรงพยาบาล ในสังกัดกรมแพทย์ทหารบกเพื่อลดภาระค่าใช้จ่ายด้านไฟฟ้าให้กับโรงพยาบาล โดยในระยะที่ 1 สำนักงาน กกพ. อยู่ระหว่างพิจารณาสนับสนุนการติดตั้งระบบผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์ให้กับโรงพยาบาลในสังกัดกรมแพทย์ทหารบก จำนวน 16 โรงพยาบาล งบประมาณรวม 49.95 ล้านบาท ขนาดกำลังการผลิตติดตั้ง 1.66 เมกะวัตต์ ซึ่งสามารถลดการปลดปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้กว่า 1,429 ตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่าต่อปี และคาดว่าจะลดภาระค่าไฟฟ้าให้กับโรงพยาบาลในสังกัดกรมแพทย์ทหารบกได้ปีละ 10 ล้านบาท

นายวรวิทย์ ศรีอนันต์รักษา ประธานในพิธีกล่าวว่าในช่วงปี พ.ศ. 2565 ที่ผ่านมานับเป็นช่วงเวลาการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานที่สำคัญในการดำเนินการตามแผนที่นำทางการลดก๊าซเรือนกระจกของประเทศเพื่อบรรลุเป้าหมายความเป็นกลางทางคาร์บอนภาย (Carbon Neutrality) ในปี พ.ศ. 2593 และเป้าหมาย
การปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net Zero) ภายในปี พ.ศ. 2608 ซึ่งประเทศไทยจะต้องเตรียมการรองรับการปรับตัว รวมถึงมาตรการระหว่างประเทศที่อาจส่งผลกระทบต่อระบบเศรษฐกิจและสังคมของประเทศการส่งเสริมการใช้พลังงานหมุนเวียนเป็นมาตรการหนึ่งตามแผนพัฒนาการผลิตพลังงานไฟฟ้าของประเทศไทย
ซึ่งกำหนดเป้าหมายการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์ จำนวน 8,740 เมกะวัตต์ ในปี พ.ศ. 2580 ดังนั้น ความร่วมมือระหว่างสำนักงาน กกพ. และกองทัพบก ในการส่งเสริมการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียนจึงเป็นการดำเนินการที่มีส่วนช่วยให้ประเทศไทยบรรลุเป้าหมายความเป็นกลางทางคาร์บอนและเป้าหมาย
ปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์

พลตรีไวพจน์ พันธุ เจ้ากรมยุทธโยธาทหารบก กล่าวว่า กองทัพบกนอกจากมีหน้าที่ต้องรักษาอธิปไตย บูรณภาพแห่งอาณาเขตและเขตที่ประเทศไทยมีสิทธิอธิปไตย เพื่อดำรงไว้ซึ่งความมั่นคงของรัฐ แล้วยังมีภารกิจในการดูแลและให้บริการด้านสาธารณสุขกับประชาชน โดยกองทัพบก ได้เล็งเห็นความสำคัญถึงผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศต่อประชาชน โดยได้ออกมาตรการที่สอดคล้องกับนโยบายประหยัดพลังงานและการส่งเสริมการใช้พลังงานหมุนเวียนหรือพลังงานทางเลือก เพื่อลดรายจ่ายด้านงบประมาณของประเทศซึ่งที่ผ่านมากองทัพบกได้มีการปลดปล่อยก๊าซเรือนกระจก อันมาจากกิจกรรมต่างๆ ได้แก่ การใช้พลังงานในอาคาร ภาคขนส่ง และการปฏิบัติงานของหน่วยทหาร เป็นต้น ซึ่งโรงพยาบาลเป็นหนึ่งในประเภทอาคารที่มีการใช้พลังงานไฟฟ้าสูง และใช้ไฟฟ้าตลอด 24 ชั่วโมง สำหรับให้บริการทางการแพทย์ แก่กำลังพล ครอบครัว และประชาชน ประกอบด้วย การส่งเสริมสุขภาพ และเวชกรรมป้องกันการบริการแพทย์ในที่ตั้ง และการบริการแพทย์ในสนาม โดยการส่งเสริมการติดตั้งระบบผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์จะช่วยบรรเทาปัญหาการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (Climate Change) ซึ่งเป็นวิกฤติการณ์ที่จะส่งผลกระทบต่อโลกอย่างรุนแรงและกว้างขวาง ตลอดจนการยกระดับคุณภาพบริการด้านสาธารณสุขและสุขภาพของประชาชนของโรงพยาบาลในสังกัดกรมแพทย์ทหารบกต่อไป

สำนักงาน กกพ. จับมือ ตร. สนับสนุนงบประมาณติดตั้ง โซลาร์เซลล์ ให้กับโรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดนและโรงพยาบาลในสังกัดสำนักงานตำรวจแห่งชาติ

สำนักงาน กกพ. จับมือ ตร. สนับสนุนงบประมาณติดตั้ง โซลาร์เซลล์ ให้กับโรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดนและโรงพยาบาลในสังกัดสำนักงานตำรวจแห่งชาติ

“สำนักงาน กกพ.” จับมือ ตร. สนับสนุนงบประมาณติดตั้ง “โซลาร์เซลล์”
ให้กับโรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดนและโรงพยาบาลในสังกัดสำนักงานตำรวจแห่งชาติ

เมื่อวันที่ 7 ธันวาคม 2566 ณ ห้องชัยจินดา อาคารศรียานนท์ กองบัญชาการตำรวจตระเวนชายแดน สำนักงานคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน
(สำนักงาน กกพ.) และสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) ได้จัดให้มีพิธีลงนามบันทึกความเข้าใจความร่วมมือการดำเนินงานในการส่งเสริมการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียนระหว่าง สำนักงาน กกพ. กับ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (MoU) โดยนายคมกฤช ตันตระวาณิชย์ เลขาธิการสำนักงาน กกพ. และสำนักงานตำรวจแห่งชาติ โดยพลตำรวจเอกต่อศักดิ์ สุขวิมล ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ พร้อมด้วยนางสาวธิดารัตน์ สุวรรณชัยโฆษิต รองเลขาธิการสำนักงาน กกพ. นายนฤมิตร สว่างผล ผู้ช่วยเลขาธิการสำนักงาน กกพ. พลตำรวจโทยงเกียรติ มนปราณีต ผู้บัญชาการตำรวจตระเวนชายแดน และพลตำรวจโท ทวีศิลป์
เวชวิทารณ์ นายแพทย์ใหญ่ โรงพยาบาลตำรวจร่วมเป็นสักขีพยานในพิธีลงนามฯ

 

ทั้งนี้ บันทึกความเข้าใจดังกล่าว มีเป้าหมายเพื่อสร้างความร่วมมือระหว่างสำนักงาน กกพ. และสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ในการส่งเสริมการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียนให้กับโรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดน และโรงพยาบาลในสังกัดสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เพื่อส่งเสริมการจัดหาพลังงานหมุนเวียนและยกระดับ
คุณภาพชีวิตของนักเรียนให้เข้าถึงการศึกษาอย่างเท่าเทียม รวมทั้งช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายด้านไฟฟ้า โดยสำนักงาน กกพ. อยู่ระหว่างพิจารณาสนับสนุนการติดตั้งระบบผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์ (โซลาร์เซลล์) ให้กับโรงพยาบาลในสังกัดสำนักงานตำรวจแห่งชาติ จำนวน 2 โรงพยาบาล กำลังการผลิตติดตั้ง 1.04 เมกะวัตต์ งบประมาณรวม 29.74 ล้านบาท ซึ่งคาดว่าจะช่วยลดภาระค่าไฟฟ้าให้กับโรงพยาบาลในสังกัดสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ได้ประมาณ 6 ล้านบาทต่อปี และสามารถช่วยลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ได้กว่า 880 ตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่าต่อปี สำหรับโรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดน สำนักงาน กกพ.
อยู่ระหว่างการสำรวจปริมาณความต้องการไฟฟ้าและประเมินขนาดกำลังการผลิตติดตั้งพร้อมทั้งขนาดของระบบกักเก็บพลังงาน (แบตเตอรี่) ให้เหมาะสมกับกิจกรรมของโรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดน

 

นายคมกฤช ตันตระวาณิชย์ ประธานในพิธีกล่าวถึงพระบรมราโชวาทของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 “...การศึกษาเป็นปัจจัยสำคัญในการสร้างและพัฒนาความรู้ ความคิด ความประพฤติ และคุณธรรมของบุคคล สังคมและบ้านเมืองใดให้การศึกษาที่ดีแก่เยาวชนได้อย่างครบถ้วน ล้วนพอเหมาะกันทุกๆ ด้าน สังคม และ บ้านเมืองนั้น ก็จะมีพลเมืองมั่นคงของประเทศชาติไว้ และพัฒนาให้ก้าวหน้าต่อไปได้โดยตลอด...” โดยสำนักงาน กกพ. ได้น้อมนำพระบรมราโชวาทในการยกระดับคุณภาพชีวิตในด้านการศึกษาของชาวบ้านในพื้นที่ห่างไกลระบบส่งไฟฟ้า โดยการส่งเสริมการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียนในรูปแบบการติดตั้งระบบผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์ให้กับโรงเรียนในพื้นที่ที่ไม่มีไฟฟ้าใช้ เพื่อบรรเทาปัญหาความเหลื่อมล้ำทางการศึกษาของนักเรียนในชนบทที่ห่างไกล
ในถิ่นทุรกันดารที่ยังด้อยโอกาส เพื่อยกระดับคุณภาพการจัดการเรียนการสอนและช่วยสนับสนุนโอกาสในการเรียนรู้ให้กับนักเรียนที่ด้อยโอกาสในการเข้าถึงการศึกษาที่มีคุณภาพได้อย่างเท่าเทียมและทั่วถึง

 

นอกจากนี้ สำนักงาน กกพ. ยังให้ความสำคัญกับโรงพยาบาลซึ่งเป็นหน่วยงานที่มีความสำคัญอย่างยิ่งในการดูแลรักษาและการให้บริการทางการแพทย์กับประชาชน อย่างไรก็ตาม โรงพยาบาลมีการใช้ไฟฟ้าและพลังงานค่อนข้างสูง ซึ่งส่งผลกระทบต่อต่อสิ่งแวดล้อมจากการใช้ไฟฟ้าและพลังงานเชิงพาณิชย์ ดังนั้น สำนักงาน กกพ. จึงได้จัดสรรงบประมาณในการติดตั้งระบบผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์ให้กับโรงพยาบาลในสังกัดต่างๆ ได้แก่ กระทรวงสาธารณสุข กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรมกรรม (มหาวิทยาลัยที่มีจัดการเรียนการสอนสาขาวิชาแพทยศาสตร์) กรุงเทพมหานคร โรงพยาบาลในสังกัดกระทรวงกลาโหม และสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เพื่อลดการปลดปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ และลดภาระค่าใช้จ่ายด้านไฟฟ้าให้กับโรงพยาบาล ตลอดจนการยกระดับการให้บริการทางการแพทย์กับประชาชนตามเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนขององค์การสหประชาชาติตาม เป้าหมายที่ 3 “มีสุขภาพและความเป็นอยู่ที่ดี”

 

พลตำรวจโทยงเกียรติ มนปราณีต ผู้บัญชาการตำรวจตระเวนชายแดน กล่าวว่า สำนักงานตำรวจแห่งชาตินอกจากมีหน้าที่ป้องกันและปราบปรามการกระทำความผิดอาญา รักษาความสงบเรียบร้อย ความปลอดภัยของประชาชนและความมั่นคงของราชอาณาจักร แล้วยังมีภารกิจในการส่งเสริมการศึกษาพัฒนาความรู้ของเด็กและเยาวชนในชุมชนชายแดนให้สามารถนำความรู้มาใช้ในการดำเนินชีวิต สร้างความมั่นคงให้กับชุมชน ซึ่งที่ผ่านมาสำนักงานตำรวจแห่งชาติได้ให้ความสำคัญกับการจัดหาพลังงานไฟฟ้าให้กับนักเรียนและบุคคลากรในถิ่นทุรกันดารไกลคมนาคมเพื่อให้เด็ก เยาวชน และประชาชนที่อยู่ในพื้นที่ห่างไกล และด้อยโอกาสทางการศึกษาสามารถเข้าถึงไฟฟ้าและได้รับโอกาสทางด้านการศึกษาเช่นเดียวกับเด็กนักเรียนในเขตเมือง

 

นอกจากนี้ สำนักงานตำรวจแห่งชาติยังมีภารกิจในการให้บริการทางการแพทย์ในการส่งเสริม ป้องกัน รักษา และฟื้นฟูสุขภาพให้แก่ข้าราชการตำรวจ ครอบครัว ตลอดจนประชาชน โดยสำนักงานตำรวจแห่งชาติได้เล็งเห็นความสำคัญของผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศต่อประชาชน โดยได้ออกนโยบายในการประหยัดพลังงาน และการส่งเสริมการใช้พลังงานหมุนเวียนหรือพลังงานทางเลือก เพื่อช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายด้านไฟฟ้าของโรงพยาบาล และนำงบประมาณค่าไฟฟ้าที่ประหยัดได้มาสนับสนุนด้านการให้บริการประชาชนและยกระดับคุณภาพบริการด้านสาธารณสุขและสุขภาพของประชาชนต่อไป

........................................................................................

 

สำนักงานคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (สำนักงาน กกพ.)

Call Center 1204 / www.erc.or.th

โทรศัพท์ 0 2207 3599 โทรสาร 0 2207 3502

Facebook Page: สำนักงาน กกพ.

 

 

" ERC Awards 2024 " การประกวดกองทุนพัฒนาไฟฟ้า ครั้งที่ 4

" ERC Awards 2024 " การประกวดกองทุนพัฒนาไฟฟ้า ครั้งที่ 4

 

“ERC AWARDS 2024 " การประกวดกองทุนพัฒนาไฟฟ้า ครั้งที่ 4  ”
กิจกรรมที่จะเปิดโอกาสให้คุณได้เรียนรู้และมีส่วนร่วมในโครงการพัฒนาไฟฟ้าที่ยั่งยืน

 Road Show 16 แห่งการลงพื้นที่เพื่อชี้แจงเกณฑ์การประกวดกองทุนพัฒนาไฟฟ้า ประจำปี พ.ศ. 2567
 พร้อมสร้างความรู้และโอกาสใหม่ๆ ยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนในพื้นที่รอบโรงไฟฟ้า
 ให้มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น เกิดความยั่งยืนอย่างไม่มีที่สิ้นสุด.

สอบถามเพิ่มเติม: 06-3239-1541, 09-5964-0364
อีเมล: This email address is being protected from spambots. You need JavaScript enabled to view it.
Line: @ercawards

ประกาศผลการพิจารณาอนุมัติโครงการกองทุนพัฒนาไฟฟ้าเพื่อกิจการตามมาตรา ๙๗(๕) ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๗

ประกาศผลการพิจารณาอนุมัติโครงการกองทุนพัฒนาไฟฟ้าเพื่อกิจการตามมาตรา ๙๗(๕) ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๗

 

โรงไฟฟ้าจะนะเตรียมดำเนินการตรวจสอบระบบ: ขออภัยในความไม่สะดวก

 

   สำนักงานกองทุนพัฒนาไฟฟ้าโรงไฟฟ้าจะนะ จังหวัดสงขลา

       4/7 หมู่ที่ 5 ตำบลคลองเปียะ อำเภอจะนะ จังหวัดสงขลา 90130

       http://www.pdfchana-erc.org

       pdfchana.erc@gmail.com

      โทรสาร : 074-207139 กด 17 มือถือ 093-6846580 , 091-2429755

Publish modules to the "offcanvs" position.

เว็บไซต์ กองทุนพัฒนาไฟฟ้าโรงไฟฟ้าจะนะ มีการใช้คุกกี้ประเภทที่มีความจำเป็นอย่างยิ่ง (Strictly Necessary Cookies) เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและส่งมอบประสบการณ์ที่ดีที่สุดให้กับผู้เข้าใช้งานเว็บไซต์ ท่านสามารถดูรายละเอียดได้ที่ นโยบายเว็บไซต์